Pages

Showing posts with label ในระหว่าง. Show all posts
Showing posts with label ในระหว่าง. Show all posts

Monday, September 28, 2020

'เทนเซ็นต์' ถอดบทเรียนโควิด 'ดิจิทัล' เปลี่ยนโฉม 'การศึกษา' - กรุงเทพธุรกิจ

kokselama.blogspot.com

กฤตธี มโนลีหกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทนเซ็นต์(ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า โรคโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อนักเรียน 13 ล้านคน และคุณครูเกือบ 6 แสนคน ในประเทศไทย ขณะที่โรงเรียนต้องปิดทำการลงท่ามกลางการแพร่ระบาดนั้น ทำให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมทางการศึกษาในวงกว้างได้อย่างชัดเจน อีกทางหนึ่งได้เห็นถึงความจำเป็นของเครื่องมือและโปรแกรมเพื่อการศึกษาที่เหมาะสมซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความรู้ให้กับนักการศึกษา

อย่างไรก็ดี ประเทศไทยได้นำเอาความคิดริเริ่มใหม่มาใช้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการศึกษาทางไกลท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรค เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยการผสานเข้ากับโซลูชั่นเทคโนโลยีไอซีที

ตัวอย่างเช่น การประมวลผลแบบคลาวด์ การเรียนรู้ของเครื่อง และปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถเพิ่มสมรรถภาพในการศึกษาทางออนไลน์ รวมถึงการกำหนดนิยามใหม่ของการเรียนการสอนให้ตรงกับความคาดหวังในอนาคตในรูปแบบของความปกติใหม่ นอกจากนี้ เทคโนโลยียังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่การฝึกอบรมและสื่อการเรียนรู้ เพื่อให้คุณครูสามารถเข้าถึงเนื้อหาที่เป็นปัจจุบันได้มากขึ้น

“การทำให้การศึกษาเป็นแบบดิจิทัลนั้นจะกลายเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการแพร่ระบาดของโรคได้ทำให้วิธีการสื่อสาร การทำงาน และการเรียนรู้ของเราเปลี่ยนแปลงไป กลยุทธ์และการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม จะมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสวัสดิการสังคม โดยเฉพาะในเวลาที่เข้าสู่ช่วงการฟื้นตัวหลังการแพร่ระบาด"

Let's block ads! (Why?)



"ในระหว่าง" - Google News
September 29, 2020 at 07:00AM
https://ift.tt/2GcmiNP

'เทนเซ็นต์' ถอดบทเรียนโควิด 'ดิจิทัล' เปลี่ยนโฉม 'การศึกษา' - กรุงเทพธุรกิจ
"ในระหว่าง" - Google News
https://ift.tt/36HoaHq
Home To Blog

Sunday, September 27, 2020

ลมแรง! นั่งร้านรถไฟฟ้าสายสีเหลืองล้มทับเสาไฟพัง 2 ต้น - ข่าวไทยพีบีเอส

kokselama.blogspot.com

วานนี้ (27 ก.ย.) เกิดอุบัติเหตุนั่งร้านสูง 15 เมตรของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองล้มทับสายไฟฟ้าทำให้เสาไฟหักโค่น 2 ต้นบริเวณปากซอยลาดพร้าว 69 เจ้าหน้าที่เคลียร์พื้นที่แล้ว สาเหตุเนื่องจากช่วงค่ำมีฝนตกหนัก และลมแรง แต่โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

วานนี้ (27 ก.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.50 น.เกิดอุบัติเหตุนั่งร้านก่อสร้างรถไฟฟ้าความสูง 15 เมตร ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองลาดพร้าว–สำโรง ล้มทับสายไฟฟ้าล้มพาดสายไฟฟ้า ทำให้เสาไฟฟ้าหักล้ม 2 ต้น ช่วงก่อนถึงปากซอยลาดพร้าว 69 โดยในระหว่างเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวโชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่เจ้าหน้าที่ปิดการจราจรให้รถวิ่งสวนทางกัน 

สาเหตุเบื้องต้นเกิดจากลมพัดแรงในช่วงฝนตกหนัก และมีลมพัดแรงในหลายพื้นที่ ล่าสุดทางโครงการได้เคลียร์พื้นที่บริเวณดังกล่าว และสามารถเปิดให้ใช้ช่องทาง บนถนนลาดพร้าว บริเวณซอยลาดพร้าว 69 ได้ตามปกติแล้ว เบื้องต้นมีรายงานว่าถือเป็นครั้งแรกที่เกิดอุบัติเหตุของโครงการรถไฟฟ้าสายเหลือง

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ทีผ่านมา เคยเกิดอุบัติเหตุเสาตอม่อรถไฟฟ้าสายสีชมพูที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง พังถล่มลงมา ทำให้มีคนงานได้รับบาดเจ็บหลายคน เหตุเกิดบนถนนแจ้งวัฒนะหน้าห้างแมคโคร สาขาแจ้งวัฒนะ 

เปิดถนนเคลียร์นั่งร้านถล่มแล้ว

ไทยพีบีเอสสัมภาษณ์ นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาส ผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากเหตุการณ์การเกิดอุบัติเหตุกรณีนั่งร้านก่อสร้างล้มพาดขวางถนนลาดพร้าว ฝั่งขาออก บริเวณซอยลาดพร้าว 69 โดยบริเวณดังกล่าวเป็นงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง

จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า เกิดจากเหตุฝนตกหนัก และนั่งร้านก่อสร้างอยู่ใกล้กับเสาไฟฟ้า ซึ่งเมื่อคืนยอมรับว่า การรื้อนั่งร้านทำได้ลำบาก เนื่องจากมีไฟช็อต จึงต้องประสานกับการไฟฟ้า เพื่อทำการเข้าไปรื้อนั่งร้าน โดยเสาไฟฟ้าที่ล้มทางโครงการได้ประสานการไฟฟ้านครหลวง เข้ามาดำเนินการแก้ไขตั้งแต่ช่วงกลางคืน เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ไฟฟ้าได้ โดยจะเร่งแก้ไขให้เรียบร้อยอีกครั้ง

ล่าสุดขณะนี้ทางโครงการได้ดำเนินการเคลียร์พื้นที่บริเวณดังกล่าว และสามารถเปิดให้ใช้ช่องทางบนถนนลาดพร้าว บริเวณซอยลาดพร้าว 69 ได้ตามปกติแล้ว

Let's block ads! (Why?)



"ในระหว่าง" - Google News
September 28, 2020 at 09:17AM
https://ift.tt/2G9pNVf

ลมแรง! นั่งร้านรถไฟฟ้าสายสีเหลืองล้มทับเสาไฟพัง 2 ต้น - ข่าวไทยพีบีเอส
"ในระหว่าง" - Google News
https://ift.tt/36HoaHq
Home To Blog

Saturday, September 26, 2020

โจรฝรั่งแทงเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เลือดสาด หลังย่องขโมยของนักท่องเที่ยวดอยสุเทพ - Sanook

kokselama.blogspot.com

ฝรั่งหัวขโมยแทงเจ้าหน้าที่ อช.ดอยสุเทพ-ปุย ได้รับบาดเจ็บ หลังย่องขโมยของนักท่องเที่ยวหลายครั้ง

เมื่อเวลา 03.00 น. (27​ ก.ย.63​) เกิดเหตุระทึกขึ้น​ ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย​ อ.เมือง​ จ.เชียงใหม่​ กำลังเดินตรวจตราความเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้าพักในบ้านพักสวนสน​ ภายในเขตอุทยาน และพบกับคนร้ายเป็นชาย 1 คน กำลังพยายามจะเข้าไปขโมยทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว ในบ้านพักสวนสน เมื่อคนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่จึงวิ่งหลบหนีเจ้าหน้าที่ได้เรียกกำลังเสริม พร้อมกับวิ่งไล่ติดตาม

แต่ชายดังกล่าวไม่ยอมทำการต่อสู้ขัดขืนและทำร้ายเจ้าหน้าที่โดยใช้กรรไกรที่พกไปด้วย​ แทงเข้าที่บริเวณคอและใบหน้าของเจ้าหน้าที่นายหนึ่งจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะเกิดการชุลมุนต่อสู้​ จนในที่สุดก็สามารถจับกุมตัวคนร้ายรายนี้ไว้ได้​ ก่อนนำตัวเจ้าหน้าที่ส่งโรงพยาบาล​ และ​ แจ้งตำรวจ​ สภ.ภู​พิงคราชนิเวศน์​ เข้าตรวจสอบ

จากการตรวจสอบเอกสารของคนร้าย​ ทราบชื่อ​นาย CEMNH SEMIN (Surname) สัญชาติรัสเซีย อายุ 32 ปี จึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย​ ระบุว่า ในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา​ เกิดเหตุ คนร้ายเข้าไปขโมยทรัพย์สินในพื้นที่วัดดอยสุเทพและพื้นที่ใกล้เคียงจนสร้างความวิตกกังวลต่อชาวบ้านและนักท่องเที่ยวตลอดมา

อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จึงได้จัดเจ้าหน้าที่อยู่เวรยามตลอด 24 ชั่วโมง ดักซุ่มและเพิ่มความถี่ในการเดินตรวจตรา รอบบริเวณบ้านพักนักท่องเที่ยว และบริเวณจุดที่นักท่องเที่ยวกางเต็นท์ เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว จนกระทั่งล่าสุดได้มาพบตัวคนร้ายและจับกุมตัวได้ดังกล่าว อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีนักท่องเที่ยวได้รับอันตราย

Let's block ads! (Why?)



"ในระหว่าง" - Google News
September 27, 2020 at 08:58AM
https://ift.tt/336kX43

โจรฝรั่งแทงเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เลือดสาด หลังย่องขโมยของนักท่องเที่ยวดอยสุเทพ - Sanook
"ในระหว่าง" - Google News
https://ift.tt/36HoaHq
Home To Blog

หนุ่มรัสเซียขโมยของโดนล้อมจับ สู้แทงคอ จนท.อุทยานฯ ดอยสุเทพ-ปุย เจ็บ - ไทยรัฐ

kokselama.blogspot.com

จนท.อุทยานฯ ดอยสุเทพ-ปุย ถูกคนร้ายเอากรรไกรแทงคอบาดเจ็บ ขณะเข้าล้อมจับคนร้ายย่องขโมยของในบ้านพักนักท่องเที่ยว แล้วเกิดการต่อสู้ขัดขืน พบเป็นหนุ่มรัสเซีย ส่งตัว ตร.ดำเนินคดี

เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 27 ก.ย.63 เกิดเหตุระทึกขึ้นในระหว่างที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ กำลังเดินตรวจตราความเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้าพักในบ้านพักสวนสน ภายในเขตอุทยานฯ และพบกับคนร้ายเป็นชาย 1 คน กำลังพยายามจะเข้าไปขโมยทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวในบ้านพักสวนสน เมื่อคนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่จึงวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่ได้เรียกกำลังเสริมพร้อมกับวิ่งไล่ติดตาม

เมื่อเจ้าหน้าที่วิ่งตามคนร้ายทัน และพยายามจับตัว แต่ชายดังกล่าวไม่ยอมให้จับโดยง่าย พยายามต่อสู้ขัดขืนและทำร้ายเจ้าหน้าที่โดยใช้กรรไกรที่พกไปด้วยแทงเข้าที่บริเวณคอและใบหน้าของเจ้าหน้าที่นายหนึ่งจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะเกิดการชุลมุนต่อสู้ จนในที่สุดก็สามารถจับกุมตัวคนร้ายรายนี้ไว้ได้ ก่อนนำตัวเจ้าหน้าที่ส่งโรงพยาบาล และแจ้งตำรวจ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ เข้าตรวจสอบ จากการตรวจสอบเอกสารของคนร้าย ทราบชื่อ นาย CEMNH SEMIN สัญชาติรัสเซีย อายุ 32 ปี จึงได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ระบุว่า ในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายเข้าไปขโมยทรัพย์สินในพื้นที่วัดดอยสุเทพ และพื้นที่ใกล้เคียง จนสร้างความวิตกกังวลต่อชาวบ้านและนักท่องเที่ยวตลอดมา

อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จึงได้จัดเจ้าหน้าที่อยู่เวรยามตลอด 24 ชั่วโมง ดักซุ่มและเพิ่มความถี่ในการเดินตรวจตรารอบบริเวณบ้านพักนักท่องเที่ยว และบริเวณจุดที่นักท่องเที่ยวกางเต็นท์ เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว จนกระทั่งล่าสุดได้มาพบตัวคนร้ายและจับกุมตัวได้ดังกล่าว อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีนักท่องเที่ยวได้รับอันตราย.

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)



"ในระหว่าง" - Google News
September 27, 2020 at 08:52AM
https://ift.tt/3ibA1BD

หนุ่มรัสเซียขโมยของโดนล้อมจับ สู้แทงคอ จนท.อุทยานฯ ดอยสุเทพ-ปุย เจ็บ - ไทยรัฐ
"ในระหว่าง" - Google News
https://ift.tt/36HoaHq
Home To Blog

Friday, September 25, 2020

นายกฯแนะยูเอ็นต้องเป็นตัวหลักคุมวัคซีน-ยารักษา'โควิด-19' - เดลีนีวส์

kokselama.blogspot.com

เมื่อวันที่ 26 ก.ย.  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถ้อยแถลงผ่านระบบทางไกลในการอภิปรายทั่วไปภายใต้หัวข้อหลัก “อนาคตที่เราอยากเห็น องค์การสหประชาชาติที่เราต้องการ: ตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านพหุภาคี–เผชิญหน้ากับโรคโควิด-19 ผ่านแผนงานความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพ” ในระหว่างการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) สมัยสามัญ  ครั้งที่ 75 ที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา 

โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปีนี้ โลกต้องประสบกับวิกฤติด้านสาธารณสุขจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง ดังนั้นทุกประเทศต้องเชื่อมั่นในความร่วมมือระหว่างกัน พร้อมส่งกำลังใจไปยังทุกประเทศให้ประสบความสำเร็จในการรับมือกับโรคดังกล่าว  โดยรัฐบาลไทยขอขอบคุณองค์การอนามัยโลกที่ให้การยอมรับว่า ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่สามารถรับมือกับเชื้อโควิด-19 ได้ดีที่สุดในโลกด้วยการมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่มีส่วนสำคัญที่ทำให้ไทยสามารถยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคนี้ และเป็นประเทศต้นแบบด้านการบริหารระบบสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งไทยพร้อมที่จะแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ให้แก่ประเทศต่างๆ นำไปประยุกต์ใช้  ขณะเดียวกัน ไทยเห็นว่าวัคซีนและยารักษาโรคโควิด-19 ควรต้องเป็นสินค้าสาธารณะระดับโลกที่ทุกประเทศได้รับสิทธิในการเข้าถึงอย่างเท่าเทียมกัน โดยสหประชาชาติจำเป็นต้องมีบทบาทนำในเรื่องนี้ 

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ไทยแสดงบทบาทที่สร้างสรรค์อย่างต่อเนื่องใน 3 เสาหลักของยูเอ็น ตลอดระยะเวลา 75 ปี ในฐานะสมาชิกยูเอ็น ได้แก่ 1.ด้านสันติภาพและความมั่นคง ไทยให้ความสำคัญกับการลดอาวุธและส่งเจ้าหน้าที่รวมแล้วกว่า 27,000 คน เข้าร่วมภารกิจรักษาสันติภาพ ซึ่งกองกำลังของไทยมีส่วนส่งเสริมสันติภาพที่ยั่งยืน ผ่านการประยุกต์ใช้แนวทางการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  2.ด้านการพัฒนา การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การบรรลุเป้าหมายล่าช้า ดังนั้นเราจะต้องทำงานหนักและส่งเสริมความร่วมมือให้เข้มแข็ง ขณะที่ไทยพร้อมแบ่งปันแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงผ่านเวทีระหว่างประเทศต่างๆ โดยจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน Global South-South Development Expo 2021 ในปี 2564 และการเป็นสมาชิกคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ วาระปีค.ศ.2020-2022  และ 3.ด้านสิทธิมนุษยชน ประเทศต่างๆต้องยึดมั่นในพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งไทยมีความก้าวหน้าและเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ประกาศใช้แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนตั้งแต่ปี 2562  รวมถึงได้จัดทำแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นฉบับที่ 4 และนำมาปฏิบัติแล้ว

นายกรัฐมนตรีย้ำความสำคัญของความร่วมมือกันระหว่างทุกภาคส่วน และการมีส่วนร่วมของเยาวชนคนรุ่นใหม่ในวิถีปกติใหม่ เพื่อร่วมกันออกแบบอนาคตที่เหมาะสมสำหรับประชาชนทั่วโลกต่อไป  และไทยยืนยันความมุ่งมั่นในการสนับสนุนวาระต่างๆ ของสหประชาชาติ เพราะระบบพหุภาคีเป็นหนทางที่จะนำพาพวกเราให้หลุดพ้นจากวิกฤติครั้งนี้ไปได้ร่วมกัน เพื่อสร้างอนาคตที่มีสันติสุข และเพื่อโลกที่น่าอยู่สำหรับพวกเราและชนรุ่นหลัง.

 

Let's block ads! (Why?)



"ในระหว่าง" - Google News
September 26, 2020 at 10:36AM
https://ift.tt/3n3wN7c

นายกฯแนะยูเอ็นต้องเป็นตัวหลักคุมวัคซีน-ยารักษา'โควิด-19' - เดลีนีวส์
"ในระหว่าง" - Google News
https://ift.tt/36HoaHq
Home To Blog

Thursday, September 24, 2020

บทวิเคราะห์ ราคาทองคำวันนี้ (25 ก.ย. 2563) โดย YLG Bullion - ประชาชาติธุรกิจ

kokselama.blogspot.com
ทองคำ

บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำประจำวันที่ 25 ก.ย. 2563

สรุป ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.95 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากที่ในระหว่างวันราคาทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือนบริเวณ 1,848 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับปัจจัยกดดันหลักจากดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่าแตะระดับ 94.60 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.

อย่างไรก็ดี ราคาทองคำจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นในเวลาต่อมา หลังจากสกุลเงินดอลลาร์เริ่มอ่อนค่าลง โดยได้รับแรงกดดันจากการเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานของสหรัฐที่ออกมา “แย่เกินคาด” นอกจากนี้ นักลงทุนบางส่วนมีการขายทำกำไรดอลลาร์หลังจากดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ประกอบเริ่มมีแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้นสหรัฐกลับเข้ามา จากความหวังที่ว่าสภาคองเกรสและทำเนียบขาวอาจสามารถบรรลุข้อตกลงมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจจากผลกระทบ COVID-19 รอบใหม่ได้ใน 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า

ขณะที่ตัวเลขยอดขายบ้านใหม่ในเดือนส.ค.พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 14 ปี ปัจจัยดังกล่าวบั่นทอนความต้องการดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัยเพิ่มเติม ทำให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงจนช่วยหนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นกว่า 20 ดอลลาร์ต่อออนซ์จากระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือนสู่ระดับสูงสุดในระหว่างวันที่ 1,877.03 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำไม่เปลี่ยนแปลง

สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ รวมไปถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับประเด็นความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐ ก่อนที่คำสั่งบล็อกการดาวน์โหลด TikTok ซึ่งจะทำให้แอปเปิลและกูเกิลจะต้องลบแอป TikTok ออกจากแอปสโตร์ จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 27 ส.ค.นี้

คำแนะนำ หากราคาพยายามยืนแนวรับโซน 1,847 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากทำให้ราคายังคงมีโอกาสขยับขึ้นเพื่อทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,876-1,890 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่ผ่านแนะนำเปิดสถานะขายเพื่อรอซื้อคืนเมื่อราคาอ่อนตัวลง

Let's block ads! (Why?)



"ในระหว่าง" - Google News
September 25, 2020 at 09:49AM
https://ift.tt/341oqjT

บทวิเคราะห์ ราคาทองคำวันนี้ (25 ก.ย. 2563) โดย YLG Bullion - ประชาชาติธุรกิจ
"ในระหว่าง" - Google News
https://ift.tt/36HoaHq
Home To Blog

ซัวเรซน้ำตาซึมกล่าวอำลาบาร์เซโลนา - Goal.com

kokselama.blogspot.com

กองหน้าชาวอุรุกวัยกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ระหว่างแถลงข่าวอำลาเจ้าบุญทุ่ม หลังบรรลุข้อตกลงย้ายไปร่วมทีมแอต.มาดริดแล้ว

หลุยส์ ซัวเรซ เสียน้ำตาลูกผู้ชายในระหว่างแถลงอำลาบาร์เซโลนา หลังจากอยู่ค้าแข้งกับสโมสรมาตั้งแต่ปี 2014

กองหน้าวัย 33 บรรลุข้อตกลงย้ายไปเล่นกับ แอตเลติโก้ มาดริด แล้ว หลังไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ โรนัลด์ คูมัน กุนซือคนใหม่ ดังนั้นบาร์ซาจึงจัดงานอำลาให้กับเขา เพื่อขอบคุณที่ช่วยทีมมาตลอด 6 ปีที่ผ่านมา

"มันน่าประหลาดใจ ผมไม่ได้เตรียมใจรับมือกับเรื่องนี้" ดาวยิงอุรุกวัย กล่าว

"ผมอยากบอกว่า สโมสรเชื่อมั่นในตัวผมมาก ๆ ตั้งแต่ปี 2014 ที่เซ็นสัญญากับผม"

"ตอนย้ายมาที่นี่ ผมถูกห้อมล้อมด้วยความผิดพลาดที่ตัวเองก่อ (กัดคิเอลลินีในบอลโลก 2014) แต่สโมสรเชื่อมั่นในตัวผมมาตลอด มันไม่ง่ายเลยกับการยอมรับเรื่องนี้"

"โค้ชและเพื่อนร่วมทีม วิธีที่พวกเขายอมรับผมตอนที่ย้ายมา มันเหลือเชื่อมาก"

"หลายคนรับรู้ถึงความเสียสละที่ผมทำมาตลอดหลายปีเพื่อย้ายมาบาร์เซโลนา และลงเล่นกับสโมสรที่ดีที่สุดในโลก"

"ผมตระหนักว่าผมอยู่ในช่วงสุดท้ายของยุคสมัยแล้ว ผมควรภูมิใจมาก ๆ กับทุกสิ่งที่ผมทำ"

"ผมทิ้งเพื่อนมากมายไว้ที่นี่ ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง คุณต้องรู้สึกเมื่อต้องจากไป"

"ผมมีความสุขกับพวกเขาในช่วงเวลาดี ๆ และพวกเขาก็ให้กำลังใจผมในช่วงเวลาแย่ ๆ แต่ผมมีความทรงจำที่ดี"

"ลูก ๆ ของผมได้เห็นผมชูถ้วยแชมป์และยิงประตู พวกเขาได้เห็นผมลงเล่นเคียงข้างนักเตะที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์"

"ขอบคุณแฟนบอลสำหรับความรักทั้งหมดที่มอบให้ ผมจะไม่มีวันลืมมัน"

ทั้งนี้ ซัวเรซทำไป 198 ประตู จาก 283 เกม เป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลอันดับ 3 ของสโมสร ช่วยทีมคว้าแชมป์ลาลีกา 4 สมัย, โกปา เดล เรย์ 4 สมัย และยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย 

Let's block ads! (Why?)



"ในระหว่าง" - Google News
September 24, 2020 at 09:20PM
https://ift.tt/3j582Fa

ซัวเรซน้ำตาซึมกล่าวอำลาบาร์เซโลนา - Goal.com
"ในระหว่าง" - Google News
https://ift.tt/36HoaHq
Home To Blog

Wednesday, September 23, 2020

ดิ มาเรีย โดนแบน 4 นัด ฐานพ่นน้ำลายเกมเปแอสเชพ่ายมาร์กเซย - Goal.com

kokselama.blogspot.com

แนวรุกปารีส แซงต์ แชร์กแมง ถูกลงดาบด้วยการห้ามลงสนามถึง 4 นัด หลังจากที่พบว่าเขาพ่นน้ำลายใส่คู่แข่งในเกมบิ๊กแมตช์ฝรั่งเศสช่วงกลางเดือน

อังเคล ดิ มาเรีย ปีกปารีส แซงต์ แชร์กแมง โดนโทษแบน 4 นัด จากกรณีพ่นน้ำลายใส่ อัลวาโร กอนซาเลซ กองหลังโอลิมปิค มาร์กเซย ในเกมที่ทั้งคู่พบกันเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงท้ายเกมที่เปแอสเชพ่ายมาร์กเซยไปอย่างหวุดหวิด 0-1 ส่งผลให้มีนักเตะถึง 5 รายโดนไล่ออกจากสนาม โดยเป็นนักเตะเจ้าถิ่น 3 รายคือ เลย์วิน กูร์กซาวา, เลอันโดร ปาเรเดส และ เนย์มาร์  ขณะที่ทีมเยือนโดนสองรายคือ จอร์ดาน อมาวี และ ดาริโอ เบเนเด็ตโต้

หลังจบเกม เนย์มาร์ได้ออกมาเปิดเผยว่ากอนซาเลซมีการเหยียดผิวเขาในระหว่างเกม ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจและผิดหวังที่ไม่ได้ชกหน้า กอนซาเลซ สักหมัด ก่อนที่กอนซาเลซจะปฏิเสธว่าไม่ได้เหยียดผิวเนย์มาร์อย่างที่โดนกล่าวหา

จากนั้นเมื่อพฤหัสบดีที่แล้ว LFP ได้ยืนยันโทษแบนของเนย์มาร์ 2 นัด พร้อมคาดโทษอีก 1 นัด เช่นเดียวกับ เลอันโดร ปาเรเดส ส่วนเลย์วิน กูร์กซาวา โดนโทษหนักที่สุดแบนถึง 6 นัด  ขณะที่สำหรับผู้เล่นมาร์กเซย ชอร์ดาน อมาวี โดนแบน 3 นัด และดาริโอ เบเนเด็ตโต้ โดนแบนเพียง 1 นัด

ล่าสุด ทางด้านดิ มาเรีย ก็เป็นนักเตะอีกรายที่โดนโทษแบนเพิ่มเติม 4 นัดจากเหตุวุ่นวายเกมนี้ จากจังหวะพ่นน้ำลายใส่ผู้เล่นฝั่งตรงข้าม ถึงแม้จะไม่โดนแจกใบเหลืองหรือใบแดงจากผู้ตัดสินในเกม เพราะไม่ทันเห็นเหตุการณ์ก็ตาม

ทั้งนี้ โทษแบนของดิ มาเรีย จะเริ่มต้นในวันอังคารหน้า ซึ่งหมายความว่า ดิ มาเรีย จะยังลงเล่นให้เปแอสเชได้ ในเกมลีกเอิงที่จะพบแร็งส์สุดสัปดาห์นี้

Let's block ads! (Why?)



"ในระหว่าง" - Google News
September 23, 2020 at 06:53PM
https://ift.tt/363PRfd

ดิ มาเรีย โดนแบน 4 นัด ฐานพ่นน้ำลายเกมเปแอสเชพ่ายมาร์กเซย - Goal.com
"ในระหว่าง" - Google News
https://ift.tt/36HoaHq
Home To Blog

เน้นเกมเร็ว • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ - ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

kokselama.blogspot.com

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*การเคลื่อนตัวของดัชนีวานนี้ ทำให้หลาย ๆ คนหัวหมุน กับการขยับขึ้นลงแบบชวนเวียนหัว  นักเล่นหลายรายอาจรู้สึกอึดอัดใจอย่างแรงเมื่อพบว่า กรอบการทำกำไรหุ้นแต่ละตัวมันช่างน้อยเหลือเกิน ! “โมนิก้า” มองว่ามันถึงเวลาที่ทุกคนต้องกลับมาเซเกมกันใหม่ระหว่างรอปัจจัยบวก เพราะบรรยากาศขณะนี้เป็นอย่างที่ได้ย้ำหัวหมุดเอาไว้ ว่ายังไม่เอื้อกับการลงทุนระยะยาว

*ดังนั้นอย่าไปหาสาเหตุที่ทำให้ดัชนีตุปัดตุเป๋ ก่อนจะลงมาปิดที่ระดับ 1,264.01 จุด ลบไป 3.62 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.07 หมื่นล้านบาท ตามบรรยากาศที่ขมุกขมัว เดี๊ยนมองว่าในระหว่างนี้อาจจะได้เห็นการรีบาวด์เล็กน้อย และมีปรากฏการณ์ยื้อกันไป ยื้อกันมา อีกพักใหญ่ ๆ เว้นเสียว่า จะมีเม็ดเงินเข้ามาดันดัชนีพรวดเดียวจนทะลุแนวต้านสำคัญขึ้นไปอย่างรวดเร็วเท่านั้นเจ้าค่ะ

*หันมามองหุ้นบลูชิพยังคงว่ายวนอยู่ในอ่าง ในขณะที่หลาย ๆ ตัวไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญ ยิ่งเป็นแรงกดดันให้นักเล่นต้องถอยออกมาตั้งหลัก และจำให้ขึ้นใจว่าช่วงนี้ต้องเน้นเล่นสั้น ๆ และพยายามหาจังหวะทำกำไรให้ถี่ขึ้น ไม่มีความจำเป็นต้องทุ่มทุนจนหมดตัว เพราะจะได้เห็นหุ้นเคลื่อนไหวหลากหลายรูปแบบสลับเขียวแดงตลอดทั้งวันไปอีกพักใหญ่เจ้าค่ะ

*อย่างในรายของ BANPU ราคาแกว่งตัวลงในแดนลบ ก่อนมาเสมอตัวที่ระดับ 6.30 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 855.15 ล้านบาท แพตเทิร์นของหุ้นยังคงเป็นการลากขึ้นและขายทำกำไรออกมาทำให้หุ้นกลับมากองอยู่ที่เดิม เพราะปัจจัยพื้นฐานยังคงมีสิ่งกดดันทำให้หุ้นไม่สามารถทะลุผ่าน 6.30 บาทไปได้เสียที เห็นแบบนี้แล้วหลายคนคงไม่กล้าเสี่ยง ขอนั่งดูเหตุการณ์อยู่ห่าง ๆ ก็แล้วกัน…อิอิ

*ไหน ๆ เม้าท์มาถึงตรงนี้ขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” ขอหันมุมกล้องไปส่องที่หุ้นบลูชิพอย่าง CPALL อีกสักตัว ที่มีการขยับแบบขึ้น ๆ ลง ๆ สลับฟันปลาในแต่ละวัน ก่อนมาปิดที่ระดับ 61 บาท ลบไป 1 บาท หรือ 1.61% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.12 พันล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นวัฏจักรขาลงทางเทคนิคจึงไม่ต้องแปลกใจหากจะเห็นราคาหุ้นจะแกว่งอยู่แถว ๆ 62 บาท ไปอีกนานเจ้าค่ะ

*หุ้น SAWAD เป็นหุ้นที่มีการเคลื่อนไหวอย่างน่าประทับใจ ล่าสุด ยืนปิดบวกที่ระดับ 50.50 บาท บวกไป 1.50 บาท หรือ 3.06% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.28 พันล้านบาท นอกจากปัจจัยพื้นฐานเป็นจุดแข็งแล้ว ยังมีสัญญาณเทคนิคเป็นตัวจุดชนวน ภาพรวมของหุ้นจึงมีโมเมนตัมบวก เพราะหากราคายังสามารถประคองตัวเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 75 วันได้ ถือว่ามีเกราะกำบังได้เป็นอย่างดียังไงล่ะเจ้าคะ

*ด้านหุ้นเล็กอย่าง NWR ประกาศข่าวคว้างานใหม่ ทำเอาเหล่าชาวหุ้นที่กำลังเหงาหงอยกับภาวะที่ผันผวน ปรี่เข้ามาซื้อหุ้นกันอย่างคับคั่ง ทำให้ได้เห็นหุ้นยืนแกร่งเหนือตลาด ด้วยการทะยานขึ้นมาปิดที่ 0.58 บาท บวกไป 0.06 บาท หรือขึ้นไป 11.54% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 29.53 ล้านบาท นิวไฮในรอบ 2 เดือน แต่หากดูสัญญาณทางเทคนิคแล้วละก็ “โมนิก้า” ต้องขอสะกิดต่อมความคิดไว้สักหน่อยว่านี่อาจเป็นเพียงการเล่นสั้นเท่านั้นนะเจ้าคะ

*ส่วนหุ้นพิมพ์นิยมอย่าง PTTEP พักนี้ดูไม่เป็นที่ต้องตาต้องใจนัก วานนี้ซึมตัวลงมาปิดที่ระดับ 82.50 บาท ลบ 2.25 บาท หรือลบไป 2.65% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.01 พันล้านบาท แต่ “โมนิก้า” เหลือบไปเห็นโบรกฯ ยังคงเชียร์แบบ หมดหน้าตัก สาเหตุเป็นเพราะราคาหุ้นที่ลงลึกเกินพื้นฐาน มิตรรักแฟนเพลงท่านไหนมีกระสุนเหลือและพร้อมรับความเสี่ยง ก็ถือว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ของถูกกลับบ้านนะเจ้าคะ…อิอิ

*ปิดท้ายที่ PSTC ร้อนแรงแซงทางโค้ง จนกระชากมาปิดที่ระดับ 1.64 บาท บวก 0.09 บาท หรือ 5.81% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 34.02 ล้านบาท ตอกย้ำเรื่องผลงานครึ่งหลังฉายแววฟื้นตัวเด่น แถมแว่วมาว่าแอบตุน Backlog เพียบ ! ทำให้หุ้นที่เป็นขาลงมานานกว่า 8 เดือน ถูกกลับเข้ามาไล่ราคากันอีกครั้ง ส่วนเป้าหมายรอบนี้อยู่แถว 2.04 บาท ยังถือว่ามีแก๊ปให้ได้เล่นอีกเพียบพะยะค่ะ

Let's block ads! (Why?)



"ในระหว่าง" - Google News
September 24, 2020 at 06:37AM
https://ift.tt/3mMcDhE

เน้นเกมเร็ว • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ - ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์
"ในระหว่าง" - Google News
https://ift.tt/36HoaHq
Home To Blog

Tuesday, September 22, 2020

เปิดขั้นตอนลงทะเบียนรับสิทธิในโครงการ คนละครึ่ง - ช่อง 7

kokselama.blogspot.com
สำหรับวิธีการลงทะเบียนที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคมนี้ ก็คือ เข้าไปที่เว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com หลังจากที่ลงทะเบียนเรียบร้อยจะได้รับ SMS ยืนยัน ทำการติดตั้งแอปพลิเคชันชื่อ “เป๋าตัง” เพื่อรับสิทธิในโครงการคนละครึ่ง สามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป หรือหลังจากที่ได้รับสิทธิหากไม่ใช้สิทธิภายใน 14 วัน จะถูกตัดสิทธิและเปิดสิทธิให้ประชาชนทั่วไปลงทะเบียนเพิ่ม

โครงการคนละครึ่ง รัฐบาลจะช่วยจ่าย 50% ไม่เกิน 100 บาทต่อวันต่อคน หรือคิดเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ

ส่วนวิธีการใช้สิทธิ รัฐบาลจะจ่ายเงินให้ 50% ของมูลค่าสินค้าไม่เกิน 100 บาทต่อคนต่อวัน รวมแล้วแต่ละคนจะได้รับเงิน 3,000 บาท ยกตัวอย่างเช่น หากต้องการซื้อของมูลค่า 200 บาท เมื่อใช้จ่ายผ่านโครงการคนละครึ่ง จะจ่ายเงินแค่ 100 บาทเท่านั้น แต่ในวันเดียวกันนั้นหากต้องการซื้อของอีกชิ้นมูลค่า 200 บาท ผู้ซื้อจะต้องออกเงินเต็มจำนวน เพราะเกินลิมิตที่จำกัดไว้ที่ 100 บาทต่อคนต่อวันแล้ว

ขณะที่การจ่ายเงินต้องชำระผ่านแอปฯ เป๋าตัง ซึ่งใช้ได้กับร้านค้ารายย่อยที่ขึ้นทะเบียนถุงเงิน ไว้กับธนาคารกรุงไทย ทั้งร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่มทั่วไป ร้านแผงลอย โชห่วย ไม่รวมร้านค้าที่จดทะเบียนนิติบุคคล ร้านสะดวกซื้อและร้านแฟรนไชส์ สลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบและการบริการ

ซึ่งทางรัฐบาลได้เปิดให้ร้านค้าใหม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 ส่วนร้านค้าเดิมที่เคยเข้าร่วมโครงการอื่นๆ แล้ว เช่น โครงการ “ชิมช้อปใช้” หรือ “เราเที่ยวด้วยกัน” ไม่ต้องทำการลงทะเบียนใหม่

ทั้งนี้ยังมีโครงการเพิ่มวงเงินซื้อของกินของใช้ให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 14 ล้านคน อีกคนละ 500 บาทต่อเดือน เป็นคนละ 700-800 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือน ต.ค.-ธ.ค. 63 หรือเท่ากับเพิ่มให้รวมคนละ 1,500 บาท

นอกจากนี้ยังมีข่าวดีให้กับ อสม.ทั่วประเทศด้วยอีกรอบ หลังเมื่อวันจันทร์ รัฐบาลโอนเงินพิเศษเข้าบัญชีให้ไปแล้ว 3,500 บาท เมื่อวานนี้ ครม.ยังเห็นชอบเพิ่มเงินค่าตอบแทน อสม. 1,500,000 คน อีก 3 เดือน วงเงิน 1,500 ล้านบาท จากเดิมที่อนุมัติไปก่อนหน้านี้ 7 เดือน รวมค่าตอบแทนให้กับ อสม. และ อสส. ทั้งสิ้น 10 เดือน

อย่างไรก็ตามทั้งโครงการคนละครึ่ง และเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะถูกนำมาเสนอให้ ครม.พิจารณาอีกครั้งในวันอังคารหน้า เพราะในระหว่างการประชุมเมื่อวานนี้ ครม.เพียงแค่รับทราบหลักการเบื้องต้นเท่านั้น โดยที่มีรายงานว่าผู้รับผิดชอบโครงการระบุว่ามีข้อขัดข้องบางอย่างจึงไม่สามารถให้ ครม.พิจารณาเมื่อวานนี้ได้

Let's block ads! (Why?)



"ในระหว่าง" - Google News
September 23, 2020 at 09:48AM
https://ift.tt/2FVimkp

เปิดขั้นตอนลงทะเบียนรับสิทธิในโครงการ คนละครึ่ง - ช่อง 7
"ในระหว่าง" - Google News
https://ift.tt/36HoaHq
Home To Blog

รวบแล้ว 2 หนุ่มกะเหรี่ยง ฆ่าปาดคอเพื่อนร่วมงานชาวมอญ รับทะเลาะกันในวงเหล้า - ช่อง 7

kokselama.blogspot.com
เช้านี้ที่หมอชิต - ตำรวจรวบ 2 หนุ่มชาวกะเหรี่ยง ที่ก่อเหตุฆ่าปาดคอเพื่อนร่วมงานชาวมอญด้วยกันคาเพิงพักในไร่ข้าวโพดได้แล้ว ขณะเตรียมหนีข้ามชายแดน ทั้งคู่รับสารภาพปมสังหารมาจากทะเลาะกันในวงเหล้า แล้วถูกผู้เสียชีวิตต่อยหน้า จึงโมโหคว้ามีดปาดคอ

จากกรณีพบศพ นายหมิ่วสุ่ย ชาวมอญ อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นคนงานตัดไม้ไผ่ของนายจ้างชาวไทย ในสภาพลำคอถูกของมีคมปาดเป็นแผลฉกรรจ์ ภายในเพิงพักกลางไร่ข้าวโพด พื้นที่ตำบลบ้องตี้ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี โดยตำรวจสันนิษฐานว่าน่าจะถูกเพื่อนร่วมงานอีกสองคนที่ทำงานด้วยกันลงมือสังหารโหด และหลบหนีไป เนื่องจากก่อนเกิดเหตุมีผู้พบเห็นนายหมิ่วสุ่ย นั่งดื่มเหล้าอยู่กับเพื่อนร่วมงานอีกสองคนที่เพิงพักดังกล่าว ก่อนที่ในช่วงเช้ามืดวานนี้ (22 ก.ย.) จะมีผู้มาพบศพถูกฆ่าทิ้งอยู่ในเพิงพัก

ล่าสุด ตำรวจ สภ.ไทรโยค สามารถตามจับตัว นายปาระ และ นายชรวยทู ทั้งคู่เป็นชาวกะเหรี่ยง และเป็นเพื่อนร่วมงานของนายหมิ่วสุ่ย ได้แล้วขณะกำลังเตรียมจะหลบหนีข้ามแดนไปยังฝั่งประเทศเมียนมา

สอบสวนเบื้องต้น ทั้งสองคนรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือฆ่านายหมิ่วสุ่ยจริง โดยมีสาเหตุมาจากทะเลาะมีปากเสียงกันในระหว่างนั่งดื่มเหล้าในเพิงพัก ก่อนที่นายหมิ่วสุ่ยจะชกเข้าที่เบ้าตาของนายปาระ จากนั้น นายชรวยทูจึงเข้าไปล็อกตัวนายหมิ่วสุ่ยจนขยับไม่ได้ ก่อนที่นายปาระจะใช้มีดปาดคอของนายหมิ่วสุ่ย จนเกือบขาด ทำให้นายหมิ่วสุ่ยเสียชีวิต

หลังก่อเหตุทั้งสองคนรีบหนีออกไปจากเพิงพัก และนำมีดไปทิ้งในป่าข้างทาง ก่อนจะเตรียมตัวหลบหนีข้ามไปยังประเทศเมียนมา แต่ก็มาถูกตามจับตัวได้ในที่สุด

เบื้องต้นตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

Let's block ads! (Why?)



"ในระหว่าง" - Google News
September 23, 2020 at 08:33AM
https://ift.tt/3hRVnUB

รวบแล้ว 2 หนุ่มกะเหรี่ยง ฆ่าปาดคอเพื่อนร่วมงานชาวมอญ รับทะเลาะกันในวงเหล้า - ช่อง 7
"ในระหว่าง" - Google News
https://ift.tt/36HoaHq
Home To Blog

จับตา 2 วันสำคัญ ประชุมร่วมรัฐสภา ก้าวแรกแก้รัฐธรรมนูญมุ่งสู่ประชาธิปไตย - ไทยรัฐ

kokselama.blogspot.com


วันนี้แล้ว (23 ก.ย. 2563) ที่จะมีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา หรือก็คือการประชุมร่วมกันของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ซึ่งระเบียบวาระที่สำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องด่วนอย่างร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะมีการนำเข้าสู่การพิจารณาและลงมติทั้ง 6 ญัตติ ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ว่าได้ หลังฝ่ายค้าน ประชาชน รวมถึงฝ่ายรัฐบาลบางส่วน ก็ออกมาเรียกร้องให้เกิดการแก้ไข และให้เหตุผลว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 เป็นประชาธิปไตยไม่มากพอ จนนำไปสู่การชุมนุมของกลุ่มต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เรียกร้องให้เกิดการแก้ไขและนำไปสู่การตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เพื่อให้มีความเป็นประชาธิปไตยที่เกิดจากประชาชนอย่างแท้จริง โดยรัฐสภามีการกำหนดเวลาไว้ 2 วัน คือ 23-24 ก.ย. ก่อนที่จะปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 1 ของปี 2563 ในวันที่ 25 ก.ย. ขณะที่ทั้ง 6 ญัตติมีดังนี้

1. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช ...
แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 โดยมี นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ เป็นผู้เสนอ

2. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช ...
แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 นายวิรัช รัตนเศรษฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กับคณะ เป็นผู้เสนอ

3. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช ...
ยกเลิกมาตรา 270 และมาตรา 271 นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ

4. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช ...
แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 159 และยกเลิกมาตรา 272 นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ

5. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช ...
ยกเลิกมาตรา 279 นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ

6. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช ...
แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 91 มาตรา 92 และมาตรา 94 และยกเลิกมาตรา 93 มาตรา 101 (4) และมาตรา 105 วรรคสาม นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ

วิป 3 ฝ่าย สรุปลงมติด้วยวาจารวดเดียว 6 ญัตติ

ในส่วนของวิป 3 ฝ่าย ทั้งพรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาล และวุฒิสภา ได้ข้อสรุปว่าแต่ละฝ่ายจะได้สิทธิ์อภิปราย 7 ชั่วโมง 20 นาที โดยเน้นที่จะอภิปรายรวมทุกญัตติ และลงมติด้วยวาจารวดเดียว 6 ญัตติ โดยเริ่มประชุมวันแรก 09.30 น. วันที่ 23 ก.ย. และพักการประชุมเวลา 01.30 น. ส่วนวันที่ 24 ก.ย. จะต้องยุติการอภิปรายในเวลา 18.00 น. เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการลงมติด้วยการขานชื่อเป็นรายบุคคล เพราะจะต้องใช้เวลานาน และหากฝ่ายใดประท้วงหรือตีรวน จะให้หักเวลาของฝ่ายนั้น

24 ก.ย. ม็อบเตรียมไปสภาฯ ติดตามข้อเรียกร้อง

ทั้งนี้ ภายหลังม็อบ 19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร ของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่ยึดพื้นที่สนามหลวงจัดกิจกรรมชุมนุมเพิ่งผ่านพ้นไป โดยย้ำข้อเรียกร้องต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แกนนำก็มีการประกาศว่าในวันที่ 24 ก.ย.นี้ จะรวมตัวกันเดินทางไปยังรัฐสภาเพื่อติดตามข้อเรียกร้อง ขณะที่ นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี หรือ ฟอร์ด แกนนำคณะประชาชนปลดแอก วานนี้ (22 ก.ย.) ร่วมกับไอลอว์ (iLaw) นำรายชื่อประชาชนกว่า 100,000 คน มายื่นให้กับประธานสภาฯ และย้ำว่าไม่มีอำนาจใดจะมาหักล้างสิ่งที่ประชาชนต้องการได้ จะไม่ยอมให้มีการล็อกสเปกว่าห้ามแก้หมวดไหนทั้งสิ้น ซึ่งในวันที่ 24 ก.ย. ก็จะมาร่วมชุมนุมผลักดันให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนได้เข้าพิจารณาในสภาฯ ด้วย

“บิ๊กตู่” ไม่อยู่กรุง ขึ้นเหนือทำภารกิจ “บิ๊กป้อม” เชื่อม็อบไม่บุกสภาฯ

ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงหลังประชุม ครม. อังคารที่ผ่านมา ว่า การชุมนุม 19-20 ก.ย. ที่ผ่านมา ไม่ได้สั่งอะไรเป็นพิเศษ เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่จะต้องดำเนินการ รัฐบาลไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับใคร การที่จะทำอะไรต้องไม่ทำให้เกิดผลกระทบกับประชาชนโดยรวม ไม่มีใครแพ้ชนะ แต่สิ่งที่ตามมาคือประเทศชาติจะเสียหาย นอกจากนี้ วันที่ 24 ก.ย. ซึ่งม็อบจะไปรัฐสภา แต่ บิ๊กตู่ มีภารกิจต้องไปเชียงราย ประชุมมอบนโยบายการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่ากับผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือ และร่วมปลูกต้นไม้กับชาวเชียงราย โดยหลังเสร็จสิ้นภารกิจก็จะกลับเข้า กทม.ในวันเดียวกัน

ทางด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก็เชื่อว่าม็อบจะไม่บุกรัฐสภา ซึ่งฝ่ายความมั่นคงดูให้เกิดความสงบเรียบร้อยเท่านั้น ส่วนรัฐสภามีการเตรียมความพร้อมรับมืออยู่แล้ว ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ขอให้ใจเย็นเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ เนื่องจากต้องรอกฎหมายประชามติ ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ทันเปิดสมัยประชุมรัฐสภาวันที่ 1 พ.ย. 2563 

ถึงคราวที่ใครๆ ก็ต่างจับตาว่า การแก้รัฐธรรมนูญที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาและลงมติของ ส.ส. และ ส.ว. ในการประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 23-24 ก.ย.นี้ จะสมหวังดังปรารถนาหรือไม่ แต่อย่างน้อยก็ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นขึ้นที่จะนำไปสู่การแก้ไขเพื่อให้เกิดความเป็นประชาธิปไตยแล้ว...

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)



"ในระหว่าง" - Google News
September 23, 2020 at 06:30AM
https://ift.tt/2RO0ri7

จับตา 2 วันสำคัญ ประชุมร่วมรัฐสภา ก้าวแรกแก้รัฐธรรมนูญมุ่งสู่ประชาธิปไตย - ไทยรัฐ
"ในระหว่าง" - Google News
https://ift.tt/36HoaHq
Home To Blog

Sunday, September 20, 2020

จะได้ไปต่อแล้ว! Trump อนุมัติข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง TikTok และ Oracle - Sanook

kokselama.blogspot.com

Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาได้กล่าวในระหว่างเดินทางไปหาเสียงกับผู้สื่อข่าวว่า Trump ได้อนุมัติแนวคิดในข้อตกลงที่ Oracle เข้าซื้อกิจการ TikTok ในสหรัฐฯ และเพื่อให้ข้อตกลงสิ้นสุดจะต้องให้รัฐบาลจีนลงนามในข้อตกลงนี้ด้วย จากนั้นก็มีข่าวความเคลื่อนไหวจากเจ้าหน้าที่ของจีนว่ารัฐบาลจีนยินดีที่จะอนุมัติข้อตกลงดังกล่าวตราบใดที่อัลกอริทึม AI ยังเป็นของ ByteDance

ข้อตกลงนี้จะเป็นผลดีกับ ByteDance ที่ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และเป็นเจ้าของอัลกอริทึม AI โดยที่ Oracle จะนำระบบของ TikTik ไปอยู่บน Oracle Cloud ได้โดยเร็ว ซึ่งจะสามารถเข้าถึงซอร์สโค้ดเพื่อตรวจสอบและจัดการจนแน่ใจว่าไม่มีประตูหลังให้สอดแนมข้อมูลได้ จากนั้นจะมีการออกหุ้น IPO ของ TikTok Global ซึ่ง Walmart และ Oracle จะสามารถเข้ามาถือหุ้นได้ 20% รวมถึงนักลงทุนรายย่อยในสหรัฐฯ จะได้เข้ามาถือหุ้นด้วยและมีการขยายสำนักงานใหญ่ที่จะมีผลให้เกิดการจ้างงาน 25,000 ตำแหน่งทั่วสหรัฐฯ

นอกจากนี้ Bloomberg รายงานว่า Trump ได้บอกกับ Larry Ellison ประธานของ Oracle ว่า Trump คาดหวังว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะได้รับเงินส่วนหนึ่งจากการขาย TikTok ในสหรัฐฯ ด้วย ซึ่งประเด็นนี้ยังไม่มีการเปิดเผยออกมาอย่างแน่ชัด

ก่อนหน้านี้ Trump ได้ออกคำสั่งผู้บริหาร 2 ฉบับแบนแอป TikTok ในสหรัฐฯ เนื่องจากความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งมีผลทำให้วันอาทิตย์นี้พลเมืองสหรัฐฯ จะไม่สามารถดาวน์โหลดแอปได้อีกและจะปิดให้บริการแอปในวันที่ 12 พฤศจิกายน แต่คาดว่าดีลจะปิดได้ก่อนและ TikTok ในสหรัฐฯ จะได้ไปต่ออย่างแน่นอน

ที่มา : cnet

Let's block ads! (Why?)



"ในระหว่าง" - Google News
September 21, 2020 at 10:00AM
https://ift.tt/33JDx17

จะได้ไปต่อแล้ว! Trump อนุมัติข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง TikTok และ Oracle - Sanook
"ในระหว่าง" - Google News
https://ift.tt/36HoaHq
Home To Blog

'มู'อารมณ์ดีพูดแทรกตี๋ซนระหว่างสัมภาษณ์ | thsport.com - thsport.com

kokselama.blogspot.com

ระดับ :

ความคิดเห็นที่

น.

แก้ไขเมื่อ น.

Let's block ads! (Why?)



"ในระหว่าง" - Google News
September 21, 2020 at 08:43AM
https://ift.tt/3hOfTWm

'มู'อารมณ์ดีพูดแทรกตี๋ซนระหว่างสัมภาษณ์ | thsport.com - thsport.com
"ในระหว่าง" - Google News
https://ift.tt/36HoaHq
Home To Blog

ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT: สัญญาถั่วเหลืองปิดบวก รับข่าวจีนสั่งซื้อต่อเนื่อง - อาร์วายที9

kokselama.blogspot.com

ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT เมื่อวันศุกร์ (18 ก.ย.) สัญญาธัญพืชปิดบวกทั้งกระดาน โดยสัญญาถั่วเหลืองปิดพุ่งขึ้นกว่า 1.4% ขานรับข่าวจีนสั่งซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐอย่างต่อเนื่อง

สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนธ.ค.เพิ่มขึ้น 3.25 เซนต์ หรือ 0.87% ปิดที่ 3.785 ดอลลาร์/บุชเชล ขณะที่สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนธ.ค.พุ่งขึ้น 18.75 เซนต์ หรือ 3.37% ปิดที่ 5.75 ดอลลาร์/บุชเชล ส่วนสัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนพ.ย.เพิ่มขึ้น 15 เซนต์ หรือ 1.46% ปิดที่ 10.435 ดอลลาร์/บุชเชล

AgResource ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยในชิคาโกเปิดเผยว่า จีนยังคงสั่งซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐรายวัน ในขณะที่ผลผลิตถั่วเหลืองของสหรัฐเองนั้นกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอน โดยล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา จีนสั่งซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐในปริมาณ 132,000 ตัน และสั่งซื้อข้าวโพดในปริมาณ 210,000 ตัน สำหรบการส่งมอบในปีการตลาด 2563-2564

สำหรับรายงานสภาพอากาศนั้น สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของสหรัฐรายงานว่า พื้นที่ในแถบมิดเวสต์และอีสต์เพลนส์จะมีสภาพอากาศที่ชื้นมากขึ้นไปจนหลังวันที่ 27 ก.ย. นอกจากนี้คาดว่า พื้นที่ฝั่งตะวันออกของรัฐแคนซัส มิสซูรี อิลลินอยส์ อินเดียนา โอไฮโอ และมิชิแกน จะมีฝนตกในระหว่างวันที่ 28 ก.ย.จนถึง 1 ต.ค. และจะมีสภาพอากาศเย็นในพื้นที่เหล่านี้


Let's block ads! (Why?)



"ในระหว่าง" - Google News
September 21, 2020 at 06:48AM
https://ift.tt/35PFICZ

ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT: สัญญาถั่วเหลืองปิดบวก รับข่าวจีนสั่งซื้อต่อเนื่อง - อาร์วายที9
"ในระหว่าง" - Google News
https://ift.tt/36HoaHq
Home To Blog

Friday, September 18, 2020

KBANK ปิดโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงินของธนาคาร - อาร์วายที9

kokselama.blogspot.com

นายอดิศวร์ หลายชูไทย เลขานุการบริษัทและรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า จากการที่ธนาคารได้ดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงินของธนาคาร จำนวน 23,932,600 หุ้น หรือคิดเป็น 1% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของธนาคาร และได้กำหนดจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนดังกล่าวในระหว่างวันที่ 31 สิงหาคมถึงวันที่ 16 กันยายน 2563 เมื่อครบกำหนดระยะเวลาจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนข้างต้น ธนาคารไม่สามารถจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน จำนวน 23,932,600 หุ้นได้ในราคาที่ต้องการ เนื่องจากภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการซื้อหุ้นคืน การจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน และการตัดหุ้นที่ซื้อคืนของบริษัท พ.ศ. 2544 ธนาคารจึงต้องลดทุนโดยการตัดหุ้นที่ซื้อคืนและจำหน่ายไม่ได้ทั้งหมดออก

ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร ครั้งที่ 11/2563 เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2563 จึงมีมติอนุมัติให้ธนาคารลดทุนชำระแล้วโดยการตัดหุ้นจดทะเบียนที่ซื้อคืนและจำหน่ายไม่ได้ จำนวน 23,932,600 หุ้น ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้อนุญาตให้ธนาคารลดทุนตามที่กฎหมายกำหนด โดยการตัดหุ้นที่ซื้อคืนและจำหน่ายไม่ได้ดังกล่าวแล้ว และธนาคารได้ดำเนินการจดทะเบียนลดทุน โดยการตัดหุ้นที่ซื้อคืนและจำหน่ายไม่ได้ จำนวน 23,932,600 หุ้น และได้ดำเนินการจดทะเบียนลดทุนต่อกระทรวงพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2563 ทำให้ธนาคารเหลือทุนชำระแล้วจำนวน 2,369,327,593 หุ้น

โครงการซื้อหุ้นคืนของธนาคารเป็นหนึ่งในวิธีการสากลเพื่อบริหารทางการเงิน โดยลูกค้าไม่ได้รับผลกระทบ ธนาคารดำเนินการโดยคำนึงถึงการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้กับผู้ถือหุ้น ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อเงินกองทุนของธนาคารที่แข็งแกร่งและเพียงพอในการดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง


Let's block ads! (Why?)



"ในระหว่าง" - Google News
September 19, 2020 at 10:01AM
https://ift.tt/362u9bR

KBANK ปิดโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงินของธนาคาร - อาร์วายที9
"ในระหว่าง" - Google News
https://ift.tt/36HoaHq
Home To Blog

ไต้หวันโอบรับการลงทุน 64,000 ล้านฯ หลัง บ.ไฮเทคย้ายออกจากจีน - ผู้จัดการออนไลน์

kokselama.blogspot.com


ไทเปนิวส์ (14 ก.ย.) - บริษัทเทคโนโลยีไต้หวันที่ผละหนีจากจีน นำงานกว่า 90,000 ตำแหน่งพร้อมมูลค่าการลงทุน 64,000 ล้านเหรียญสหรัฐ กลับสู่ไต้หวัน

ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่รุนแรงขึ้นจากไวรัสโคโรนา (COVID-19) ทำให้ไต้หวันย้ายฐานการลงทุนมูลค่า 1.890 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน (64,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และมีงานมากกว่า 90,000 ตำแหน่งในเวลาไม่ถึงสองปี กลับมาสูบเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในท้องถิ่น

ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าสมาชิกหอการค้าอเมริกันเมื่อวันที่ 9 กันยายนหัวข้อ "มองไปข้างหน้าสู่ยุคหลังการระบาดฯ ความท้าทายและโอกาสทางเศรษฐกิจของไต้หวัน" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ หวัง เม่ย-ฮวา กล่าวถึง ควอนตา คอมพิวเตอร์ (Quanta Computer Inc . 廣達) ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คที่ใหญ่อันดับหนึ่งในโลก เป็นตัวอย่างที่สำคัญของบริษัทไต้หวันที่อพยพกลับถิ่น

หวัง กล่าวว่าโครงสร้างต้นทุนในจีนและไต้หวันมีความเท่าเทียมกัน และทำให้หลังจากย้ายการผลิตจากจีนกลับไต้หวัน ต้นทุนต่อหน่วยเพิ่มขึ้นเพียง 1 เหรียญไต้หวันเท่านั้น

หวัง เฉียน-ชวน รองประธานของ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจงหวา (Chung-Hua Institution for Economic Research) กล่าวกับสำนักข่าวฯ ว่า ในอดีตจีนให้ใช้ที่ดินฟรีและมีส่วนลดค่าสาธารณูปโภคเพื่อล่อใจผู้ผลิตชาวไต้หวัน แต่สิ่งจูงใจพิเศษเหล่านี้ได้หมดไป จากการเกิดขึ้นของสงครามการค้าจีน - สหรัฐอเมริกา "โรงงานของโลก" จึงไม่ได้มีความได้เปรียบด้านต้นทุนอีกต่อไป
.
ค่าจ้างแรงงานจากจีนในปี 2018 ถึง 2019 พุ่งสูงขึ้นเกือบ 2,000 หยวนต่อเดือน เป็นปัจจัยทำให้บริษัทไต้หวันในจีนเริ่มค่อย ๆ ทยอยถอยออกมาแล้ว

บริษัทไต้หวันหลายแห่งเป็นเจ้าของที่ดินในไต้หวันได้ แต่ในจีนต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการใช้ที่ดินในจีนที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ค่าสาธารณูปโภคก็สูงขึ้นเช่นกัน แต่ค่าสาธารณูปโภคของไต้หวัน "ถูกที่สุดในเอเชีย"

ตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2019 ไต้หวันได้เสนอสิ่งจูงใจของตนเองจำนวนมาก เพื่อดึงดูดบริษัทไต้หวันให้กลับมา พร้อมกับแรงจูงใจด้านภาษีและนโยบายเพื่อบรรเทา "การขาดแคลน 5 ประการ" - "ที่ดิน ไฟฟ้า น้ำ แรงงานและความสามารถพิเศษ"

นอกจาก ควอนตา (Quanta) แล้ว บริษัทอื่น ๆ ที่ใช้ประโยชน์จากสิ่งจูงใจเหล่านี้ ได้แก่ อินโนลักซ์ (Innolux Corporation 群創光電), ทงสิง อิเล็กทรอนิกส์ และ เพกาทรอน (和碩) ซัพพลายเออร์รายใหญ่ของแอปเปิล คู่หูของฟ็อกซ์คอนน์ ที่ไปสร้างโรงงานใหญ่ในจีน

Let's block ads! (Why?)



"ในระหว่าง" - Google News
September 19, 2020 at 10:36AM
https://ift.tt/32LIk2V

ไต้หวันโอบรับการลงทุน 64,000 ล้านฯ หลัง บ.ไฮเทคย้ายออกจากจีน - ผู้จัดการออนไลน์
"ในระหว่าง" - Google News
https://ift.tt/36HoaHq
Home To Blog

3 ปัจจัยสำคัญ ต่อเศรษฐกิจโลก ในช่วงที่เหลือของปี 2020 - ประชาชาติธุรกิจ

kokselama.blogspot.com
(File Photo by Angela Weiss / AFP)
มองข้ามชอต
วชิรวัฒน์ บานชื่น Economic Intelligence Center ธ.ไทยพาณิชย์

หลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 ชะลอลงในหลาย ๆ ประเทศก่อนหน้านี้ ประกอบกับภาครัฐได้มีมาตรการสนับสนุนขนาดใหญ่ออกมา และทยอยผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองลง

ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจโลกยังต้องเผชิญกับความท้าทายสำคัญที่อาจส่งผลต่อแนวโน้มการฟื้นตัวในระยะต่อไป

บทความนี้จะเสนอ 3 ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกในช่วงที่เหลือของปี 2020 นี้

1.มาตรการปิดเมืองที่เริ่มกลับมาเข้มงวดขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกแม้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว แต่การฟื้นตัวเริ่มมีแนวโน้มช้าลง

หลังทยอยผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองลง สถานการณ์การระบาดCOVID-19 ในบางประเทศกลับมาเพิ่มสูงขึ้น

ถึงแม้จะมีบางประเทศที่สามารถคุมสถานการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อได้ แต่ประเทศส่วนใหญ่ยังเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐ อินเดีย และบราซิล เป็นต้น

อีกทั้งบางกลุ่มประเทศยังไม่สามารถคุมการแพร่ระบาดได้ดีนัก หลังผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองลง เช่น ยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีจากสถานการณ์การควบคุมโรคระบาดที่แตกต่างกัน ทำให้ความคืบหน้าของมาตรการการเปิดเมืองมีความแตกต่างกัน โดยในประเทศที่จำนวนผู้ติดเชื้อลดลง ภาครัฐได้เริ่มทยอยเปิดเมืองต่อเนื่อง

ในขณะที่ประเทศที่จำนวนผู้ติดเชื้อกลับมาอยู่ในระดับสูง ภาครัฐได้เริ่มมีการเลื่อนการเปิดเมือง (lockdown easing delay) หรือกลับมาเพิ่มความเข้มงวดในบางพื้นที่ (local lockdown)

เช่น สหรัฐ ที่กลับมาเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการขึ้นในบางรัฐ อีกทั้งเกาหลีใต้ เยอรมนี และอิตาลี ก็เริ่มกลับมาใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้น

การเลื่อนมาตรการเปิดเมือง หรือการกลับมาใช้มาตรการปิดเมืองที่เข้มข้น เป็นความเสี่ยงต่อแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่อาจเริ่มชะลอตัวลงในระยะต่อไป (stalling economic recovery)

โดยในช่วงที่ผ่านมาพบว่า ความเข้มงวดของมาตรการปิดเมืองส่งผลให้เศรษฐกิจหดตัวอย่างมีนัย โดยประเทศที่ใช้มาตรการอย่างเข้มงวดจะเผชิญต่อภาวะเศรษฐกิจหดตัวที่รุนแรงกว่า

และอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศส่วนใหญ่หดตัวลงมากที่สุดในไตรมาส 2 ของปี 2020 ซึ่งเป็นช่วงที่มาตรการปิดเมืองเข้มงวดมากที่สุด

ยกเว้นจีนที่กลับมาฟื้นตัวขึ้นหลังได้ผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองก่อนประเทศอื่น ๆ

ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเริ่มปรับชะลอลง (stalling recovery) สะท้อนจากดัชนี Google mobility (retail and recreation) ที่ฟื้นตัวชะลอลงในหลาย ๆ ประเทศ

นอกจากนี้ เครื่องชี้การบริโภคและการลงทุนของประเทศเศรษฐกิจหลักก็บ่งชี้ไปในทิศทางเดียวกัน โดยยอดใช้บัตรเครดิตและบัตรเดบิตในสหรัฐปรับชะลอลง และยังอยู่ต่ำกว่าช่วงก่อน COVID-19

การบริโภคภาคบริการในญี่ปุ่นยังคงอ่อนแอ และการลงทุนภาคการผลิตของจีนยังคงต่ำ

อย่างไรก็ดี คาดว่ามาตรการปิดเมืองในระยะหลังจะเน้นการปิดเมืองแบบเฉพาะพื้นที่ (local lockdown) ซึ่งมีความเข้มงวดน้อยกว่าการปิดเมืองแบบทั่วไป (nation-wide lockdown) ที่เคยประกาศใช้ในช่วงไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมา

เนื่องจากรัฐบาลในหลายประเทศตระหนักถึงผลกระทบของการปิดเมืองแบบทั่วไป ที่ทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจต้องตกอยู่ในภาวะหยุดชะงักและหดตัวลงอย่างมาก

2.ความเสี่ยงหน้าผาทางการคลัง (fiscal cliff) : มาตรการสนับสนุนของภาครัฐที่ได้ดำเนินไปเริ่มหมดอายุลง หรือการต่ออายุของมาตรการอาจมีขนาดเล็กลง ในขณะที่รายได้และการจ้างงานยังฟื้นตัวช้า

มาตรการทางการคลังที่ประคับประคองเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาทยอยหมดอายุลงหรือได้รับการต่ออายุแต่ในขนาดที่เล็กลงในหลายประเทศ ทำให้เกิดหน้าผาทางการคลัง (fiscal cliff) ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป

โดยที่ผ่านมาภาครัฐได้ออกมาตรการทางการเงินและการคลังขนาดใหญ่ เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะหยุดชะงัก และตลาดการเงินที่อยู่ในภาวะวิ่งเข้าหาเงินสด (dash for cash)

ซึ่งมาตรการประเภทให้เงินช่วยเหลือ (cash handout) ส่วนใหญ่เป็นมาตรการชั่วคราว โดยหากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาไม่ทันกับการหมดอายุลงของมาตรการภาครัฐ หรือมาตรการเหล่านี้ไม่ถูกต่ออายุออกไป ก็อาจเป็นความเสี่ยงต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป

ตัวอย่าง เช่น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐทยอยหมดอายุลง แต่ทางสภายังไม่สามารถตกลงมาตรการชุดใหม่ได้ เนื่องจากมีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องขนาดของมาตรการ

มาตรการสำคัญที่กำลังเป็นที่จับตามอง คือ มาตรการให้เงินสนับสนุนเพิ่มเติมแก่ผู้ว่างงาน (600 ดอลลาร์สหรัฐต่อสัปดาห์) ซึ่งได้หมดอายุลงในเดือนกรกฎาคม 2020 ถึงแม้ว่าประธานาธิบดี Trump จะต่ออายุมาตรการผ่านการใช้ executive order แต่เงินช่วยเหลือแก่ผู้ว่างงานนั้นมีขนาดเล็กลง เหลือเพียง 400 ดอลลาร์สหรัฐต่อสัปดาห์ หรือ 300 ดอลลาร์สหรัฐต่อสัปดาห์ในบางรัฐ

อีกทั้งคาดว่างบประมาณที่ได้รับการจัดสรรมาจะเพียงพอสำหรับการจ่ายเงินช่วยเหลือเพียงเดือนเดียวเท่านั้น และการต่ออายุมาตรการหลังจากนี้ยังมีความไม่แน่นอนสูง

เนื่องจากทางพรรค Democrat และ พรรค Republican ยังไม่สามารถตกลงเรื่องขนาดของมาตรการได้ จึงเป็นความเสี่ยงต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป

นอกจากสหรัฐแล้ว สหราชอาณาจักรก็มีความเสี่ยง fiscal cliff เช่นกัน โดยที่ผ่านมาได้มีมาตรการช่วยเหลือการพักงาน (furlough scheme) ซึ่งรัฐบาลช่วยจ่ายสนับสนุนค่าจ้างลูกจ้างจำนวน 80% ในระหว่างที่ลูกจ้างต้องหยุดพักงานชั่วคราว

อย่างไรก็ดี ล่าสุดทางสหราชอาณาจักรได้ปฏิเสธการต่ออายุมาตรการออกไปและจะทยอยลดการอุดหนุนค่าจ้างลงเป็น 70% ในเดือนกันยายน และ 60% ในเดือนตุลาคม จากนั้นจะยกเลิกมาตรการหลังจากนั้นซึ่งคาดว่าการยกเลิกมาตรการอาจส่งผลให้ตัวเลขการว่างงานในระบบเพิ่มสูงขึ้น

3.รอยแผลเป็นจากวิกฤต COVID-19 (scaring effects) : การล้มละลายของภาคธุรกิจปรับสูงขึ้น และการฟื้นตัวช้าของตลาดแรงงาน

มาตรการปิดเมืองที่เข้มงวดส่งผลให้แรงงานจำนวนมากถูกเลิกจ้างเป็นเวลานาน ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพแรงงานและแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาวได้

โดยพบว่าวิกฤต COVID-19 ส่งผลให้อัตราการว่างงานในสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากที่ราว 4.5% ในเดือนมีนาคม 2020 มาแตะระดับสูงสุดที่ 14.4% ในเดือนเมษายน 2020

ซึ่งภายหลังจากที่มาตรการปิดเมืองได้ถูกผ่อนคลายลงไปบ้าง แต่อัตราการว่างงานก็ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยในเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 8.5%

การจ้างงานที่ยังไม่ฟื้นกลับมานั้นเป็นผลจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ยังคงอ่อนแอและความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่อยู่ในระดับต่ำ

ทำให้นายจ้างหรือภาคธุรกิจลังเลต่อการกลับมาจ้างงาน ซึ่งการว่างงานที่นานต่อเนื่องอาจส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว เนื่องจากอาจทำให้ระดับฝีมือแรงงานถดถอยลง

นอกจากนี้ แม้แรงงานที่ถูกเลิกจ้างบางส่วนจะสามารถกลับมาทำงานได้ แต่ก็อาจไม่สามารถกลับไปประกอบอาชีพเดิมได้ ซึ่งส่งผลเสียต่อทุนด้านจับคู่ (job-matching capital)

อันได้แก่ ทักษะความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ได้มาจากการฝึกฝนงานเดิมเป็นเวลานาน และความเข้าใจในการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงลักษณะเฉพาะของธุรกิจ

โดยการศึกษาในสหรัฐพบว่า แรงงานมากกว่า 40% ที่เคยตกงานไม่สามารถกลับไปประกอบอาชีพเดิมได้ ซึ่งปัจจัยด้านประสิทธิภาพแรงงานนี้เป็นกลไกสำคัญต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานทางธุรกิจ และมีผลต่อแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาว

นอกจากนี้ ภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ส่งผลให้บริษัททั่วโลกมีแนวโน้มปิดกิจการมากขึ้น ภาวะการแพร่ระบาดของ COVID-19 และมาตรการปิดเมืองทำให้การเดินทางถูกจำกัด เป็นผลให้ประชาชนลดการบริโภคและลงทุนลง ภาคธุรกิจจึงสูญเสียรายได้จากการค้า โดยเฉพาะกลุ่มภาคการบริการที่รายได้ลดลงมาก

อย่างไรก็ดี แม้ว่าธุรกิจบางส่วนจะสามารถปรับลดต้นทุนลงได้บ้าง และได้รับการช่วยเหลือผ่านมาตรการภาครัฐ แต่ต้นทุนส่วนใหญ่ของภาคธุรกิจก็ยังไม่สามารถปรับลดลงได้เท่า หรือใกล้เคียงกับรายได้ที่ลดลง ส่งผลให้ต้องปิดกิจการลง

โดยการศึกษาของ IMF พบว่า จำนวนบริษัทที่ล้มละลาย (bankruptcy filing) ในสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้นสูงที่สุดนับตั้งแต่หลังวิกฤตการเงินโลก (global financial crisis)

นอกจากนี้ การประเมินของ IMF โดยใช้ข้อมูลของ Moody’s ยังพบอีกว่า โอกาสผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทขนาดใหญ่ในกลุ่มประเทศ G20 ปรับสูงขึ้นหลังเกิดวิกฤต COVID-19 เช่นกัน

โดยการปิดกิจการที่มีแนวโน้มสูงขึ้นนี้อาจซ้ำเติมตลาดแรงงานที่อ่อนแอได้ เนื่องจากพบความสัมพันธ์ของการล้มละลายที่สูงขึ้นและอัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้น

Let's block ads! (Why?)



"ในระหว่าง" - Google News
September 19, 2020 at 10:02AM
https://ift.tt/3iJeOAc

3 ปัจจัยสำคัญ ต่อเศรษฐกิจโลก ในช่วงที่เหลือของปี 2020 - ประชาชาติธุรกิจ
"ในระหว่าง" - Google News
https://ift.tt/36HoaHq
Home To Blog

Thursday, September 17, 2020

A รับทรัพย์ 1.1 พันลบ. หลังขายหุ้น-สินทรัพย์ฯโครงการ Mega 1-2 • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ - ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

kokselama.blogspot.com

บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ A แจ้งว่าบริษัทจำหน่ายสินทรัพย์หมุนเวียนประเภทโครงการอสังหาริมทรัพย์ระหว่างการพัฒนา (สินค้าคงเหลือ หรือ Inventory) ของโครงการคอนโดมีเนียมเอ สเปซ เมกา (โครงการ Mega 1) และโครงการคอนโดมีเนียมเอสเปซ เมกา 2 (โครงการ Mega 2)

ทั้งนี้ การจำหน่ายสินทรัพย์ดังกล่าว แบ่งเป็น จำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท เมกา สเปซ 1 จำกัด (SPV) ซึ่งเป็นเจ้าของใบอนุญาตก่อสร้าง และใบอนุญาตการประกอบกิจการต่าง ๆ ของ โครงการ Mega 1 และ โครงการ Mega 2 ซึ่งเป็นโครงการอาคารชุดอยู่อาศัยและพาณิชยกรรม (โครงการ Mega 1 และโครงการ Mega 2 เรียกรวมกันว่า โครงการฯ) ให้แก่บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ในมูลค่ารวม 1 ล้านบาท

โดยจำหน่ายสินทรัพย์หมุนเวียนประเภทโครงการอสังหาริมทรัพย์ระหว่างการพัฒนา (สินค้าคงเหลือ หรือ Inventory) ประกอบด้วย กรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง) ของโครงการฯ ในมูลค่ารวม 1,111 ล้านบาท ให้แก่ SPV ภายในวันเดียวกันกับวันทำธุรกรรมขายหุ้นแต่ภายหลังเสร็จสิ้นธุรกรรมขายหุ้น

Let's block ads! (Why?)



"ในระหว่าง" - Google News
September 18, 2020 at 09:52AM
https://ift.tt/32GZmze

A รับทรัพย์ 1.1 พันลบ. หลังขายหุ้น-สินทรัพย์ฯโครงการ Mega 1-2 • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ - ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์
"ในระหว่าง" - Google News
https://ift.tt/36HoaHq
Home To Blog

แบรนด์ชนแบรนด์ อิมแพ็ค VS ภิรัชบุรี กระบวนท่าออฟฟิศยุคโควิด - ประชาชาติธุรกิจ

kokselama.blogspot.com
อัจฉราวรรณ ศุภางคะรัตน์ - ดร.ฤทธิ์ ชูเกียรติ
อัจฉราวรรณ ศุภางคะรัตน์ - ดร.ฤทธิ์ ชูเกียรติ

โควิด-19 ในเมืองไทยมี second wave หรือยัง…ไม่มีใครรู้

ข่าวล่ามาเร็ว ตลาดสำนักงานให้เช่าสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งวงการ

อิมแพ็คฯชู “ไฮบริดมีตติ้ง”

โดย “อัจฉราวรรณ ศุภางคะรัตน์” ผู้บริหารฝ่ายขาย “ดร.ฤทธิ์ ชูเกียรติ” ผู้บริหารฝ่ายสารสนเทศ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ ระบุภาพรวมการจองพื้นที่จัดงานประชุมครึ่งปีแรก 2563 มี 113 งาน ลดลง -58% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีงานชุกถึง 270 งาน

สาเหตุการยกเลิกส่วนหนึ่งเนื่องมาจากผลกระทบโควิด-19 และในระหว่างปิดบริการ 3 เดือน เตรียมความพร้อมสถานที่เพื่อความปลอดภัยด้านสุขอนามัยแก่ลูกค้า ลงทุนจัดหาเครื่องมือทำความสะอาดและเทคโนโลยี UVC ฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่ ระบบอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมกับการจัดงานวิถีใหม่ หรือ new normal โดยนำระบบ hybrid meeting หรือ virtual seminar มาใช้ ตอบรับนโยบายรัฐในการจำกัดความหนาแน่นบุคคลในการจัดประชุม-สัมมนา 4 ตารางเมตร/คน

ระบบไฮบริดมีตติ้งผสมผสาน “on ground+online” รองรับผู้มาร่วมประชุมในห้องจริง และเปิดลงทะเบียนให้ประชุมทางออนไลน์ได้ในเวลาเดียวกัน จุดโฟกัสอยู่ที่ผู้ร่วมประชุมทั้ง 2 รูปแบบ สามารถสื่อสารและมีส่วนร่วมในการประชุมได้เสมือนอยู่ในห้องเดียวกัน รองรับได้ตั้งแต่ 100-3,000 คน

อาจกล่าวได้ว่าอานิสงส์จากสถานการณ์โควิด เพราะไม่เพียงเตรียมระบบ กล้อง อุปกรณ์เสริม ทางอิมแพ็คฯยังจัดทีมเจ้าหน้าที่เทคนิคให้การดูแลตั้งแต่เริ่มต้นจนจบงานด้วย แตกต่างจากหลายแห่งที่ลูกค้าจะต้องนำระบบเข้ามาเอง สด ๆ ร้อน ๆ เพิ่งนำร่องจัดไฮบริดมีตติ้ง การประชุมสมัชชา BCG : โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

ไฮไลต์มาจบที่แคมเปญช่วงไตรมาส 3/63-4/63 จัดโปรโมชั่นพิเศษ อาทิ แพ็กเกจจัดประชุมง่ายไม่เกินงบฯ เริ่มต้น 470 บาท/หัว รวมอาหารว่าง 2 มื้อ อาหารกลางวัน พร้อมอุปกรณ์เครื่องมือสำหรับงานประชุมมาตรฐาน

แพ็กเกจจัดประชุมพร้อมห้องพัก complete meeting package & privileged offer hotel rates เลือกพักโรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ อิมแพ็ค ในราคา 2,900 บาท หรือพักไอบิส กรุงเทพ อิมแพ็ค ราคา 2,100 บาท

ลูกค้ากลุ่มราชการ หน่วยงานภาครัฐ มีแพ็กเกจ government premium plus “ยิ่งใหญ่ ยิ่งได้คืน” งานประชุมเต็มรูปแบบราคาเริ่มต้น 750 บาท/หัว รับวงเงินคืนตามยอดการใช้จ่ายสูงสุด 45,000 บาท ฯลฯ

ภิรัชบุรีตั้งแท่น SOCO

ฟากความเคลื่อนไหวของกลุ่มภิรัชบุรี ล่าสุดเมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา “ปิติภัทร บุรี” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ภิรัชแมนเนจเม้นท์ จำกัด เพิ่งลอนช์เปิดตัวโครงการ SOCO โซลูชั่นการตกแต่งออฟฟิศให้เช่ารูปแบบใหม่ เปิดให้บริการแห่งแรกในโครงการซัมเมอร์ ลาซาล (Summer Lasalle) แคมปัส A

ปิติภัทร บุรี
ปิติภัทร บุรี

SOCO คือ การผสมผสานระหว่างคำว่า solutions for office กับ coworking space โดยมีทีมงาน SOCO เป็นผู้ให้คำปรึกษา พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานในทุกขั้นตอน เป็น “ตัวช่วย” เพื่อลดความกังวลในขั้นตอนออกแบบและติดตั้งอุปกรณ์ในออฟฟิศ

โดย SOCO มีคอนเซ็ปต์การตกแต่ง 5 ธีมหลัก ได้แก่ 1.wellness office theme-เน้นความสดใส เพื่อให้พนักงานได้ขยับร่างกายอย่างมีความสุขระหว่างการทำงานและพักผ่อน

2.warehouse office theme-เน้นการตกแต่งที่ทำให้เห็นถึงความมั่นคง แต่ผ่อนคลายในเวลาเดียวกัน

3.living office theme-พื้นที่ออฟฟิศให้บรรยากาศความอบอุ่นเหมือนอยู่ที่บ้าน เหมาะกับคนทำงานในยุคดิจิทัลที่ไม่ต้องการอยู่ในกรอบ

4.corporate office theme-โมเดิร์น สง่างาม และสื่อให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ 5.green verify office theme-พื้นที่สีเขียวร่มรื่น รักษ์สิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน

“SOCO จะเปิดบริการโคเวิร์กกิ้งสเปซเร็ว ๆ นี้ เพื่อรองรับธุรกิจสตาร์ตอัพและฟรีแลนซ์ พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ทำงานไม่ติดที่ โดยเราเชื่อว่าจะสามารถดึงดูดผู้เช่าที่เป็นบริษัทไทยและต่างประเทศได้อย่างแน่นอน”

Let's block ads! (Why?)



"ในระหว่าง" - Google News
September 18, 2020 at 10:44AM
https://ift.tt/3hIukeu

แบรนด์ชนแบรนด์ อิมแพ็ค VS ภิรัชบุรี กระบวนท่าออฟฟิศยุคโควิด - ประชาชาติธุรกิจ
"ในระหว่าง" - Google News
https://ift.tt/36HoaHq
Home To Blog